1. มีเลือดออกผิดปกติ ที่ไม่ใช่ประจำเดือน
เช่น เลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ มีเลือดออกหลังจากหมดประจำเดือนแล้ว เลือดออกเป็นระยะ เลือดออกหลังจากตรวจภายใน

2. เลือดออกหลังวัยทอง
เช่น หญิงวัย 55 ปี หมดประจำเดือนไป 3 ปี แล้วมีเลือดออกจากช่องคลอดอีก อย่างนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์

3. ตกขาวผิดปกติ
อาการตกขาวของผู้หญิงแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน การจะสังเกตว่าอาการตกขาวผิดปกติหรือไม่ ให้ใช้วิธีสังเกตจากอาการที่แตกต่างไปตนเองเคยเป็นมา เช่น ตกขาวที่ผิดปกติจะมีลักษณะเป็นหนอง กลิ่นเหม็นหรือมีลักษณะคล้ายน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด อาการตกขาวซึ่งอาจจะมีเลือดปน

4. ปัสสาวะขัด ปวดแสบ
อาการปวดแสบ ปัสสาวะขัด อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งปากมดลูกได้ อย่างไรก็ตาม อาการปัสสาวะขัด อาจเกิดขึ้นได้เสมอจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และพบได้บ่อยซึ่งยังถือว่าไม่ได้ชี้ชัดเรื่องมะเร็งปากมดลูกเลยทีเดียว เพียงแต่ไม่ควรประมาทและสังเกตอาการอื่นร่วมด้วย

5. มีอาการเจ็บขณะร่วมเพศ
อาการเจ็บขณะร่วมเพศ อาจะเป็นสัญญาณของมะเร็งปากมดลูกได่้เช่นกัน

6. ประจำเดือนมามากและนานผิดปกติ
สังเกตจากการมีประจำเดือนตามปกติ หากมีมามากกว่าที่เคยเป็น และนานกว่าที่เคยเป็น อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งปากมดลูกได้

7. กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
ปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เป็นประเด็นสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะจากสถิติผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก มักจะจำได้ว่าเคยมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และมีเลือดปนในปัสสาวะ

8. เจ็บปวดตามร่างกาย
สัญญาณทั่วไปของมะเร็งปากมดลูก คือ อาการเจ็บปวดตามร่างกาย และเน้นโดยเฉพาะ ขา หลัง และ เชิงกราน ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกมักจะมีประวัติว่าเคยมีอาการเหล่านี้ เนื่องจากมะเร็งที่แพร่กระจายส่งผลต่อระบบการหมุนเวียนของกระแสเลือด

9. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย อาจเป็นสัญญาณเตือนได้ โดยเฉพาะหากมีอาการอื่นๆตามที่กล่าวมาข้างต้นร่วมด้วย เมื่อมีมะเร็งแพร่ขยาย ระบบการรักษาสมดุลของร่างกายจะทำงานอย่างหนักเพื่อทำการต่อต้านและกำจัดออกไป

10. น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ
ตามปกติร่างกายจะสร้างโปรตีนเล็กๆชื่อว่า cytokines ทำหน้าที่กำจัดไขมันส่วนเกินเพื่อไม่ให้มีมากเกินกว่าระดับปกติ และกรณีเดียวกันนี้ เมื่อเกิดมะเร็ง ร่างกายก็จะสร้างกลไกแบบเดียวกันนี้ ทั้งที่คุณไม่ได้อดอาหาร จึงทำให้น้ำหนักลดและร่างกายซูบผอมได้
Share To:

Post A Comment: