ผู้ชายเมื่อถึงวัยหนึ่งก็จะเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับทางด้านเซ็กส์กันบ้าง แน่นอนว่าอายุเพิ่มมากขึ้น
พลังทางเพศก็จะน้อยลง ถ้าหากว่าไม่ได้สนใจบำรุงร่างกายด้วยวิธีใดๆ เลย

ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่พอจะทำได้ง่ายๆ ก็คือเรื่องของอาหารการกินนั่นเอง
จะกินอย่างไรให้เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ทำให้ชีวิตเซ็กส์มีความสุขมากขึ้น ลองมาดูกัน

อย่างแรกสุดที่จะแนะนำคือ หอยนางรม เพราะจะมีสังกะสีมาก
ทราบกันดีว่าสังกะสีนั้นช่วยบำรุงเรื่องทางนี้อยู่แล้ว
นอกจากนี้ก็ยังมีประโยชน์ในด้านการบำรุงร่างกายทั่วไปอีกด้วย

ต่อมาก็คือผลไม้ต่างๆ ผู้ชายที่ไม่ค่อยได้รับประทานผลไม้เป็นประจำควรจะลองหันมาสนใจกันบ้าง
ที่แนะนำก็มี สับปะรด, แตงโม, ขนุน, บลูเบอร์รี่, สตรอว์เบอร์รี่, อะโวคาโด้, กล้วย ฯลฯ
ซึ่งที่ว่ามานี้นอกจากจะช่วยเรื่องเซ็กส์ ก็ยังช่วยให้ร่างกายปลอดจากการการเจ็บไข้ได้ป่วยอีกด้วย เกมส์ยิงปลา เมื่อมีผลไม้ก็ต้องมีผัก
โดยให้เน้นไปที่ผักใบเขียว ซึ่งมีคุณบัติที่ช่วยบำรุงร่างกายเป็นอย่างดี ตรงนี้ก็จะขาดไปไม่ได้เลยเช่นกัน

เมื่อพูดถึงความอึดของเพศชายแล้ว สิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวหล่อเลี่ยงก็คือระบบไหลเวียดเลือดที่นี่
นั่นหมายความว่าอาหารที่ทานเข้าไปควรจะต้องบำรุงทางด้านนี้ด้วย โดยที่แนะนำก็มี กระเทียม
ซึ่งเป็นที่รู้กันดีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลว่าช่วยให้ผู้ชายกระชุ่มกระชวยได้ดี

นอกจากนี้ก็ยังมี ไวน์แดง ที่ช่วยบำรุงเลือดในร่างกาย ซึ่งตรงนี้มีการวิจัยมาแล้วว่าช่วยได้จริง
เพียงแต่ว่าจะต้องรู้ลิมิตของตัวเองสักหน่อยสำหรับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

ที่ว่ามานี้ก็คือคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน
แต่ก็อย่าลืมว่าเรื่องของสุขภาพนั้นก็สำคัญ ควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
และพักผ่อนให้เพียงพอด้วย เพราะถ้าหากขาดสิ่งเหล่านี้ไป
ต่อให้อาหารบำรุงดีแค่ไหนก็คงจะไม่ช่วยให้สมรรถภาพทางเพศของเราดีขึ้นหรอก


และล่าสุด! อีกหนึ่งบุคคลที่ออกมาเปิดใจว่าเคยคุยกับ เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ ผู้ชายคนนี้ก็คือ เสี่ยโป้ อานนท์ เน็ตไอดอลคนดังที่เคยคุยกับ เปรี้ยว ก่อนเกิดเรื่องอยู่ประมาณ 1 เดือนกว่า ๆ และระหว่างที่คุยกัน เปรี้ยว

ก็คุยแต่เรื่อง s*x เปิดนมโชว์ให้ เสี่ยโป้ ดูตลอด แถมยังขอดู ของลับ ของ เสี่ยโป้ อยากรู้ว่าใหญ่ไหม? และอยากนัดเจอกับ เสี่ยโป้ เพื่อมีอะไรกัน!! ซึ่งตลอดเวลาที่คุยก็มีทั้งคลิปครางเสียวชื่อเสี่ยโป้ คลิปโชว์หวิวต่าง ๆ ส่งมาตลอด! จาม.com เรียกได้ว่า เสี่ยโป้ เป็นคนที่ เปรี้ยว อยากโซเดมาคอมด้วยหนักมาก! ติดที่ เฮีย เค้ามีเมียแล้วจ้า!
(ชมคลิป)


น่าทึ่ง! เครื่องดื่ม 4 ประเภทนี้..จะช่วยทำความสะอาดไตและช่วยกรองกระแสเลือดของคุณ

สารพิษเป็นอีกหนึ่งอันตรายที่สุดสำหรับชีวิตของเรามันจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตและตับ เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายต่อสุขภาพไตของเรา

และในบทความนี้เราจะนำเสนอเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 4 ประเภทที่สามารถทำความสะอาดไตและกรองกระแสเลือดของคุณจะทำให้ชีวิตของคุณจะได้รับการต่ออายุอีกครั้ง!
xxxx
ไตของเรามีความสำคัญอย่างมากเราต้องปกป้องและดูแลเป็นอย่างดี โดยการขจัดสารพิษรวมถึงของเหลวส่วนเกินออกไป!

นี่คือเครื่องดื่ม 4 ประเภทที่จะช่วยทำความสะอาดไตและกรองกระแสเลือดให้กับคุณ!

น้ำสีเขียวนี้สามารถช่วยทำความสะอาดไตของคุณ

น้ำผักผลไม้นี้เต็มไปด้วยสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมากในการกำจัดสารพิษ และคุณต้องใช้ผักเหล่านี้ ผักขม ผักคะน้า บวบ พลาสลี่ ผักกาดหอม แครอท แตงกวา และ คั่นฉ่าย ส่วนผลไม้ที่คุณต้องใช้คือ ส้ม ลูกแพร์ ลูกท้อ สับปะรด และ แอปเปิ้ล รวมส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในเครื่องปั่นผสมจนเข้ากันและดื่มเครื่องดื่มนี้ทันที

นี่คือสูตรที่จะช่วยทำความสะอาดไตและชำระล้างร่างกายให้กับคุณ!

ส่วนผสม:

น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์

น้ำมะนาวสด

น้ำบริสุทธิ์

วิธีทำและการใช้งาน:

ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันเป็นอย่างดี ดื่มเครื่องดื่มนี้ติดต่อกันเป็นเวลา 4 วันมันจะช่วยทำความสะอาดร่างกายของคุณอีกทั้งยังช่วยทำความสะอาดไตของคุณจากสารพิษได้อีกด้วย

น้ำแครนเบอร์รี่

แครนเบอร์รี่ช่วยลดแคลเซียมฟอสเฟต หากเรามีแคลเซียมออกซาเลต (Calcium oxalate) ในร่างกายมากเกินไปสามารถก่อให้เกิดนิ่วในไตได้ น้ำแครนเบอร์รี่จะช่วยหลีกเลี่ยงการติดเชื้อที่ไตและเราควรกินน้ำแครนเบอร์รี่ออร์แกนนิคโดยไม่ต้องใส่น้ำตาลลงไปเพื่อรักษารสชาติธรรมชาติของมัน

น้ำบีตรูต (BEET)

ในเนื้อบีตรูตมีสารโพแทสเซียมอยู่สูงมากมันมีประโยชน์กับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง และยังช่วยขจัดสารพิษและกรดยูริค และในพืชชนิดนี้ยังอัดแน่นไปด้วยเบทาอีน (Betaine) ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและยังมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการทำความสะอาดและลดการสะสมของนิ่วและแคลเซียมฟอสเฟตในไตได้อีกเช่นกัน

น้ำมะนาว

การบริโภคน้ำมะนาวช่วยเพิ่มระดับซิเตรตในปัสสาวะและช่วยให้เราห่างไกลจากโรคนิ่ว คุณเพียงบีบน้ำมะนาวประมาณ 4-5 หยดลงไปในน้ำเย็น 1 ลิตร หรือหากคุณต้องการดื่มแบบอุ่นๆ ให้ใช้น้ำมะนาวประมาณ 8 ออนซ์ใส่ลงไปในน้ำอุ่น ดื่มเครื่องดื่มนี้ในช่วงเช้าก่อนอาหารมันจะทำความสะอาดไตของคุณและทำให้คุณรู้สึกสดชื่นขึ้น!
เล็บ มีส่วนประกอบหลักคือเคราติน ซึ่งเป็นคอลลาเจนชนิดหนึ่งที่ต้องอาศัยโปรตีนในการเจริญเติบโตสร้างเนื้อเยื่อขึ้นใหม่ เป็นอวัยวะที่ไม่มีปลายประสาท อัตราการงอกของเล็บมือประมาณ 0.01 มิลลิเมตรต่อวัน

แต่เล็บเท้าจะงอกช้ากว่าเล็บมือประมาณ 2-3 เท่า แต่ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น การไหลเวียนโลหิตช้าลงจะส่งผลให้เล็บเจริญเติบโตช้าลงตามไปด้วย หน้าที่สำคัญของเล็บคือช่วยรักษารูปทรงของนิ้วมือ นิ้วเท้า และช่วยรับส่งความรู้สึกเมื่อเวลาหยิบจับวัตถุสิ่งของ

เชื้อราที่เล็บ (Tinea unguium) คืออาการเล็บมักจะมีลักษณะสูญเสียความสมบูรณ์ แห้ง ไม่เป็นมันวาว มีหลุมหรือร่อง สีคล้ำลง อาจมีสีขาวแต้ม ปลายเล็บเผยออกจากเนื้อ มีขุยหนาๆ แทรก ลอกออกไม่หมดเพราะติดแน่นและเจ็บ จะเป็นเรื้อรังและทำลายเล็บไปทีละน้อย และอาจกัดกินเล็บจนหลุดและเล็บใหม่ที่งอกมาก็จะไม่สมบูรณ์ อาจเห็นเพียงโครงเล็บแตกเป็นเส้นๆ บางนิ้วหรือหลายนิ้ว เป็นได้ทั้งเล็บมือเล็บเท้า

สาเหตุ : เชื้อราเป็นโรคอันดับต้น ๆ ที่สามารถเป็นได้ง่ายมาก มักเกิดจากการที่เล็บมือหรือเล็บเท้าอยู่ในที่อับชื้น อากาศไม่ถ่ายเทเป็นระยะเวลานาน เชื้อราส่วนใหญ่เกิดกับเล็บเท้ามากกว่าเล็บมือ เพราะเล็บมือเราแห้งอยู่ตลอดเวลา แต่เล็บเท้าบางครั้งเราสวมรองเท้าและถุงเท้านานเกือบตลอดทั้งวัน โดยที่ไม่ได้ถอดรองเท้าระบายอากาศบ้าง เมื่อเหงื่อออกเท้าเกิดความชื้นก็สามารถก่อให้เกิดเชื้อราที่เล็บและมีกลิ่นเท้าได้

บริเวณที่เป็น : อาจเริ่มต้นจากบริเวณจมูกเล็บ (Nail Groove) และลามกินแผ่นเล็บ (Nail Plate) ไปเรื่อย ๆ เป็นบริเวณกว้างหรืออาจจะทั้งแผ่นเล็บก็ได้ ส่งผลทำให้เล็บมีสีเหลือง อาจมีกลิ่น และบริเวณที่เป็นเชื้อราจะมีลักษณะขรุขระ แนวทางแก้ไขเบื้องต้นคือ ต้องคอยเล็มส่วนที่เป็นเชื้อราทิ้งไปให้หมด จนกว่าเซลล์เล็บที่เกิดใหม่ไม่มีลักษณะเป็นเชื้อราอีก
สูตรสมุนไพรโบราณรักษาเชื้อราที่เล็บ

1. ใช้น้ำมะกรูดทาบ่อยๆ นำผลมะกรูดมาคั้นน้ำ และใช้สำลีชุบน้ำมะกรูดทาบริเวณที่ติดเชื้อให้บ่อยครั้ง น้ำมะกรูดจะช่วยฆ่าเชื้อราให้ลดลงจนหมดไป

2. ใช้น้ำจากขมิ้นอ้อยคั้นน้ำมาทาบ่อยๆ มีผลวิจัยพบว่า ขมิ้นอ้อย มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราได้ถึง 11 ชนิด และหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อราอีก 4 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง เช่น กลาก ชันนะตุ เชื้อราที่เล็บ ผิวหนัง ซอกนิ้วเท้า นอกจากนี้ ยังมีขมิ้นชันอีกเช่นกัน ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราได้เหมือนขมิ้นอ้อย

3. ใช้ใบเทียนและดอกคั้นน้ำทาบ่อยๆ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ระบุว่า ใบเทียนบ้านมีส่วนประกอบชื่อ 2-methoxy-1, 4-naphthaquinone ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราในพืชได้
นอกจากนี้ยังมีกรดอินทรีย์หลายชนิดในดอกพบสาร harands, anthocyanin และสารอื่น จากการทดลองพบว่าสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์จากใบของเทียนบ้าน ฆ่าเชื้อจำพวก dematophytes ที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคผิวหนัง กลาก และฮ่องกงฟุตได้

เน้นบริโภคผักสวนครัวจำพวกกระเทียม หัวหอม ถั่วฝักยาว พริก และบร็อคโคลีหรือผักใบเขียว อาหารทะเลจำพวกหอย ปลา แซลมอน ปลาทูน่า และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม มะขาม แตงโม เป็นต้น อาหารเหล่านี้จะช่วยยับยั้งเซลล์แบคทีเรีย และเชื้อราบนผิวหนังให้มีจำนวนลดลงจนหายไปในที่สุด
การปฏิบัติตัวอื่นๆ

เน้นความสะอาดของมือและเท้า ไม่ใช้กรรไกรตัดเล็บร่วมกับผู้อื่น ไม่แช่น้ำเป็นเวลานานๆ เป็นประจำโดยเฉพาะน้ำที่สกปรก ถ้าจำเป็นควรสวมถุงมือยางหรือรองเท้ายาง ถ้ามีโรคที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำต้องได้รับการบำบัดรักษาควบคู่กันไปกับการรักษาเชื้อราที่เล็บ
จากผลการสำรวจพบว่า คนทั่วไปถึง 80% ไม่ว่าจะช่วงอายุไหนก็ปวดหลังได้ มีตั้งแต่ปวดน้อยไปถึงปวดมาก มาหา วิธีแก้ปวดหลัง ฉบับทำเองได้ง่าย ๆ กันดีกว่า


1.ไปลงเรียนโยคะ

อันที่จริงแล้วไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหนที่เสริมความแข็งแกร่งให้ยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อลำตัวและกล้ามเนื้อส่วนหลัง ก็ช่วยลดอาการปวดหลังได้ทั้งนั้น จากการศึกษาในแคนาดาค้นพบว่า ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง เมื่อได้เล่นโยคะหรือพิลาทีสติดต่อกันสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง ประมาณ 1 ปีขึ้นไป กล่าวว่ารู้สึกปวดหลังน้อยลงมาก ดีกว่าผู้ป่วยที่รักษาตัวตามแพทย์สั่งปกติ

2.กระเป๋าหนักไปไกลๆเลย

ใช่แล้วล่ะ สะพายกระเป๋าหนักๆไว้บนไหล่เป็นประจำ ทำให้กล้ามเนื้อหลังของคุณทำงานหนักและเสียสมดุลได้ หากไม่เลือกพกของน้อยลงและสะพายกระเป๋าใบเล็กลงหน่อย ก็แบ่งสัมภาระไว้ในกระเป๋า 2 ใบ แล้วค่อยๆหิ้วโดยใช้แขนทั้งสองข้างละกัน

3.ลงทุนซื้อพรม

รู้สึกสบายเท้าและหลังมากกว่ามั้ยเมื่อคุณเหยียบลงบนพรม แทนที่จะเป็นพื้นกระเบื้องแข็งๆ เย็นๆ เพราะการยืนอยู่บนพื้นแข็งๆ เป็นเวลานานๆ จะทำให้แผ่นหลังส่วนล่างหรือก้นกบทำงานหนักและโดนกดทับได้ ดังนั้นปูพรมหนานุ่มให้บริเวณที่คุณมักยืนนานๆ อย่างหน้าอ่างล้างหน้าเพื่อความรู้สึกสบายขึ้นในทันทีจะดีกว่า

4.ประคบเย็น

ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังปวดหลัง ควรประคบด้วยถุงน้ำแข็ง ผ้าเย็นจัดๆ หรือถุงถั่วก็ได้ ทำวันละหลายๆ ครั้ง ครั้งละประมาณ 20 นาที การประคบ ณ จุดที่ปวดจะช่วยปิดเส้นเลือดที่บอบช้ำและลดการคั่งของเลือดในบริเวณนั้น จึงช่วยลดอาการบวมได้

5.เปลี่ยนเป็นประคบร้อน

หลังจาก 48 ชั่วโมงไปแล้ว ใช้แผ่นความร้อนหรือถุงน้ำร้อนประคบหลังที่ปวดเป็นเวลา 20 นาที วันละหลายๆ ครั้งแทน เพราะความร้อนจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ช่วยเปิดให้ออกซิเจนเข้ามาช่วยเหลือตรงจุดที่ปวด แค่นี้ก็สบายหลังละ

6.ท่าบริหารหลัง

แทนที่จะเกลียดกลัวการก้มลงแตะนิ้วเท้าอย่างสุดๆ ลองเลือกท่าบริหารกล้ามเนื้อหลังและต้นขาด้านหลัง ด้วยการตั้งส้นเท้าข้างหนึ่งไว้บนเก้าอี้ จากนั้นโน้มตัวมาด้านหน้า เหยียดแขนให้สุดแล้ววางมือลงเหนือเท้าประมาณ 15 เซนติเมตร จนคุณรู้สึกตึงที่ขาด้านหลังและก้นกบ คางไว้ประมาณ 5-10 วินาที ทำสลับข้างไปเรื่อยๆ แล้วจะรู้สึกดีขึ้นเอง

7.ปราณีร่างกายหน่อย

รู้ไหมว่า อารมณ์เข้ามามีส่วนกับความเจ็บปวดได้มากทีเดียว ทั้งความเครียด ความกลัว และความวิตกกังวล จะยิ่งเข้าไปสั่งสมองให้รู้สึกปวดเมื่อยมากขึ้นไปอีก ดังนั้นพยายามคลายเครียดด้วยการหายใจเข้าลึกๆ และปล่อยออกยาวๆ ยอมรับกับความเจ็บปวดและปล่อยวางบ้าง

8.จัดท่าใหม่

ยอมรับหรือไม่ว่าคุณชอบนอนตะแคงแถมขดตัวอีก แก้ใหม่ด้วยการหาหมอนข้างมากอด วิธีนี้จะช่วยดันให้หลังของคุณตั้งตรง ส่วนคนที่ชอบนอนหงาย ก็สามารถป้องกันการกดทับหลังได้ด้วยการหาหมอนหรือหมอนข้างมารองใต้เข่าทั้ง 2 ข้าง แค่นี้ก็จะช่วยจัดกล้ามเนื้อหลังของคุณให้โค้งตามธรรมชาติ

9.พักขาบ้างนะ

ขาเป็นเหมือนพาหนะของร่ายกายที่ต้องโลดแล่นตลอด ดังนั้นเมื่อคุณต้องทำกิจกรรมที่ต้องยืนนานๆ อย่างยืนล้างจาน ก็ควรพักขาสลับกันไปมาบ้าง วิธีนี้จะช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อ และลดน้ำหนักที่กดทับบริเวณหลังส่วนล่างได้

10.จองห้องนวด

ถือเป็นข้ออ้างในการช่วยบำบัดหลังได้เลย หากคุณจะบอกทางบ้านว่า ขอเวลาไปสปานวดตัวอาทิตย์ละครั้งนะ เพราะมีการศึกษาพบว่า กลุ่มทดสอบที่ได้รับการนวดทุกอาทิตย์เป็นเวลาติดต่อกัน 10 อาทิตย์ มีอาการปวดหลังน้อยลง เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้นวดเลย

11.ตรวจทิชชู่

รู้หรือไม่ว่า ไม่น้อยเลยที่เกิดอาการกล้ามเนื้อหลังอักเสบจากการเอี้ยวตัวผิดท่าในห้องน้ำ หาที่วางทิชชู่ให้ดีๆ พอทำกิจวัตรถ่ายเบาหรือหนักเสร็จแล้ว จะได้ไม่ต้องเผลอเอี้ยวตัวไปหยิบให้หลังเคล็ด

12.นั่งหลังตรง

โซฟานุ่มๆ น่ะทำให้รู้สึกสบายและรีแลกซ์สุดๆ แต่รู้หรือไม่ว่ายิ่งนุ่ม หรือยิ่งไม่มีพนักคอยพยุงหลัง ยิ่งทำให้แผ่นหลังโดนกดทับมากขึ้นถึง 3 เท่า ดังนั้นคราวหน้าก่อนดูละครเรื่องโปรด อย่าลืมหาหมอนมารองหลัง พร้อมนั่งหลังตรง แผ่นเท้าติดพื้นทั้ง 2 ข้างด้วยล่ะ

13.ขับฉลาดขึ้น

เพื่อการนั่งขับรถอย่างถูกวินัยขึ้น เพียงปรับระดับกระจกส่องหลังให้สูงขึ้นเล็กน้อย แค่นี้ก็ทำให้คุณยืดตัวยาวขึ้น และเมื่อยหลังน้อยลงแล้ว

14.เปลี่ยนเตียงดีมั้ย

กลายเป็นว่าเตียงหนาแน่นไม่ดีต่อสุขภาพแล้วซะงั้น เพราะจากผลการสำรวจพบว่า กลุ่มคนที่นอนบนเตียงแบบแน่นมักมีอาการปวดหลังมากกว่าคนที่นอนบนเตียงสปริงนุ่มๆ อย่าลืมว่าคุณใช้เวลาวันละ 8 ชั่วโมงบนนั้นนะ ก็เทียบเท่ากับประมาณ 3,000 ชั่วโมงต่อปีทีเดียว คุ้มมากที่จะเลือกอย่างดี จริงมั้ยล่ะ
การล้างสารพิษเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่ออวัยวะภายในร่างกายของคุณ

คุณควรดื่มน้ำอย่างน้อยสองลิตรต่อวัน หายใจเข้าลึกๆและผ่อนคลาย คุณควรอาบน้ำร้อนและหลังจากนั้นประมาณ 30 วินาทีควรอาบน้ำเย็นตามทันที เพราะมันช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้

นอกจากเคล็ดลับเล็กน้อยเหล่านี้แล้ว อ่านบทความต่อไปนี้ว่าคุณควรทานอาหารประเภทใดเพื่อรักษาสุขภาพของตับคุณให้คงดีได้อย่างเดิม

น้ำอุ่นผสมด้วยมะนาว

นี่เป็นวิธีล้างพิษอย่างยอดเยี่ยม มันควรกลายมาเป็นเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันของคุณ ดื่มน้ำร้อนเล็กน้อยผสมน้ำมะนาวในทุกๆเช้า เราไม่ได้พูดถึงน้ำมะนาวคั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาลหรือสารปรุงแต่งรสอย่างอื่นเพิ่มเติม

หัวหอม

คุณควรใส่หัวหอมเล็กน้อยลงในอาหารแต่ละมื้อ

ชาเขียวร้อน

ชาเขียวร้อน ช่วยทำความสะอาดอวัยวะทั้งหมดจากสารพิษ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคุณควรดื่มมันเป็นประจำ
บทสวดมนต์ คาถาค้าขายดี

บทสวดมนต์แรกนี้ ก่อนอื่นเลยให้เอาใบไม้แช่น้ำใส่ขันไว้แล้วสวดภาวนา เลร็จแล้วนำน้ำไปประพรมให้ทั่วร้าน จะทำให้ขายคล่อง

โอมอิติพุททัตสะ สุวันนัง วารัชชะคัง วามะนีวาวัตตัง วาพัพพะยัน ละเอหิคาคัชวันติ
อีกคาถาหนึ่งก็ว่ากันว่าทำให้ทำมาค้าขึ้นเหมือนกันคือ
อิติปิโสภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ อิติปิโสภะคะวา พุทโธภะคะวา อิติปิโสภะคะวา พุทโธภะคะวา

และอีกบทสวดมนต์ คาถาค้าขายดีอีกหนึ่งบทสำหรับพ่อค้า แม่ค้าที่นิยมเสกเป่า ๓ จบ กับสินค้าเหมือนกันคือ

พุทธัง พะหุชะนานัง เอหิจิตตัง เอหิมะนุสสานัง เอหิลาภัง เอหิเมตตา
ชมภูทีเป มะนุสสานัง อิตถิโย ปุริโส จิตตัง พันธังเอหิ

บทสวดมนต์ คาถาค้าขายดีนี้ควรจะสวดภาวนาทุกวันก่อนเริ่มขายของนะครับ และอย่าลืมได้เงินมาแล้วนำไปทำบุญบ้างเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นครับ
เงินทองในสมัยนี้ก็หายากนักหนา ทำให้หลายคนที่หมดหนทางและสติปัญญา จึงหันไปเลือกเดินในทางที่ผิดกันมากมาย วันนี้เราขอนำ คาถาที่ 「หลวงปู่จาม」 แนะนำให้บูชาแล้วมีกินมีใช้ มาให้ทุกท่านได้ลองนำไปท่องกัน เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แม้แต่พระเณรที่วัดเจดีย์หลวง ยังพากันมาขอเรียน จนต้องปิดกุฏิหนี

"…เจริญคาถาพระสีวลี…" เรื่องปัจจัย ๔ ขณะที่อยู่วัดเจดีย์หลวง เมืองเชียงใหม่ ทุกครั้งทุกคราวไม่ขาดอะไรสักอัน ยิ่งเรื่องอาหารบิณฑบาตด้วยแล้ว ไม่เคยลำบากเลยได้มาก หมู่พระเณรไปบิณฑบาตกลับมาได้หมู่ละน้อยเดียว จะฉันก็ไม่พออิ่ม ส่วนผู้ข้าฯ บางวันรถล้อถีบตามมาส่ง ศรัทธาที่เขาใส่บาตรเขาจ้างให้ บางวันก็หิ้วพะรุงพะรัง เดินไปทางเส้นไหนก็ได้มาทุกเส้นทุกสายบิณฑบาต จนพระเณรเขาอิจฉาหรือบางคนถึงกับเดินตามไปก็มี

ยิ่งกว่านั้นมาถามว่า …."ท่านอาจารย์ทำไมรวยอาหารแท้ทำอย่างไร" ?"ก็บุญเก่าของเพิ่น" ผู้ข้าฯ ตอบ "ได้ยินเขาว่า ท่านอาจารย์เจริญคาถา" ? "เจริญคาถาพระสีวลี"…(หลวงปู่จาม) "พวกผมก็เจริญเหมือนกันไม่เห็นร่ำรวยได้มาอย่างท่านอาจารย์เลยครับ คาถาของท่านอาจารย์ว่าอย่างได๋ " ? "ไม่มีคาถมคาถาอะหยังดอก ก็ไปตามปกตินี้หล่ะไปขอข้าวเขามากิน เขาให้ก็เอา เขาไม่ให้ก็แล้วไป เดินไปข้างหน้าจนสุดทางแล้วก็กลับมา ไม่ได้ว่าไม่ได้ขอออกปากกับใคร "…(หลวงปู่จาม)" ท่านอาจารย์ต้องมีคาถาเรียกลาภ พวกผมเคยได้ยินพระเณรวัดพระสิงห์ เมืองเชียงใหม่ เล่าลือกันอยู่ว่า ตุ๊ป่าวัดเจดีย์หลวง ตนหนึ่งเจริญคาถาพระสีวลี ก่อนออกบิณฑบาตจึงได้ร่ำรวยได้อาหารมาก พวกผมได้ยินมาอย่างนี้ และยังได้เห็นท่านอาจารย์ แบ่งอาหารให้เณรวัดพระสิงห์อีกด้วย "พวกเขาไม่ยอมวันต่อมาก็มาขอเรียนคาถาพระสีวลีอีก…หลายครั้งหลายวัน จนผู้ข้าฯ ก็ออกจะรำคาญ จึงได้บอกแก้รำคาญพอแล้วๆ ไป พอคนนี้มาเรียน คนนั้นก็มาเรียน แต่เราก็บอกว่า หากผู้ใดเคยให้ทานทำบุญมาก่อนแต่หลายภพหลายชาติ

คาถาบทนี้จึงจะศักดิ์สิทธิ์เป็นผลเป็นมงคล ทีนี้บางคนเรียนไปก็ได้ผล บางคนเรียนไปเจริญก่อนออกบิณฑบาตกลับมาบาตรเปล่าก็มี ก็มาต่อว่า หาว่าบอกคาถาไม่จบบท ก็เลยวุ่นวายกันอยู่พักใหญ่ๆ ผู้บิณฑบาตร่ำรวยก็เชื่อศรัทธา ผู้มาใหม่ก็มาขอเรียนอีก วุ่นกันไม่รู้จบ ในที่สุดเลยให้พระนักเรียนนักศึกษาเขาเขียนใส่กระดาษแปะติดกับแผ่นไม้อัดแล้วแขวนไว้หน้ากุฎิว่า…"อิติปิโส ภควา สิมพะลี จ มหาเถโร มหาลาโภ มหาลาภัง มหาเตชา สัพพะลาภา ภะวันตุ เม เอตัง มะมะ" ก็แก้รำคาญไปอย่างนั้น มันไม่ใช่แก่นสารสาระอะไรหรอก บุพกรรมเคยทำบุญให้ทาน เคยฝากไว้กับพระพุทธศาสนากับโลกสงสารนี้เองก่อนทั้งนั้นแหละ ของใครของมัน ทำไว้ทำมาแล้วต่างหาก…" ธรรมะประวัติองค์หลวงปู่จาม มหาปุญโญ ผู้มากมีบุญ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม (วัดหนองน่อง) บ้านห้วยทราย ต.คำชะอี อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่ภาพมหามงคลนี้ ทุกๆ ท่าน
ไม่อยากแก่ไวต้องอ่าน..เผยเคล็ดลับหน้าเด็กด้วยช้อนกินข้าวต้ม

วันนี้ผมต้องแก่ไวไปอีกวันหลังจากอารมณ์เสียใส่คนไข้ที่ไม่รู้รีบร้อนมาจากไหน ไม่ยอมต่อคิว เจอท่านนี้ไปอารมณ์เสียจริงๆ แต่เป็นสิ่งที่ ไม่ดีนะครับ พออารมณ์เสีย จิตใจจะแย่ไปด้วย เพลิงธาตุที่ชื่อ ชิรณัคคี จะเผากายเร่งให้แก่ไปใหญ่ หากใครไม่อยากแก่ไว เลิกอารมณ์เสียและเลิกนอนดึกนะครับ

วันนี้ได้ข้อมูลดีๆจากเพื่อนหมอจีนท่านหนึ่ง(หมอหยก) ที่ให้ข้อมูลเรื่องการกำจัดริ้วรอยบนใบหน้าของสาวโบราณในวัง และกรุณาให้ภาพนี้มา ขอบคุณหมอหยกมากๆครับ

ภาพนี้เป็นหนึ่งในขั้นตอนการขูดผิวหน้า(กัวซา) ด้วยอุปกรณ์ที่มีความเย็นและไม่เป็นแหล่งเก็บไฟฟ้าสถิต หมอหยกบอกว่าดีที่สุดคือแผ่นหยก ถ้าไม่มีก็ใช้ช้อนกินข้าวต้ม(ช้อนที่เป็นกระเบื้อง) ก็ได้!!!

วิธีทำ

1. ทาผิวหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวให้ทั่ว
(ใช้น้ำมันผมหงอกดีกว่าเยอะครับ เพราะฤทธิ์เย็นจากน้ำมันผมหงอกจะดึงความร้อนมาที่ผิวได้ไวกว่า เปิดรูขุมขนได้ดีกว่า และยังกระตุ้นการสร้างคลอลาเจนจากใบบัวบกอีกด้วยครับ)

2. ใช้ช้อนถูดผิวเบาๆ ตามภาพจากหมายเลข 1-23 ถือเป็น 1 set ทำทั้งหมด 3 set แล้วไปล้างหน้าตามปรกติ

การขูดผิวเป็นศาสตร์ของจีนครับ ได้ผลดีมากกับผู้ที่มีภาวะโลหิตเป็นพิษ มีสิวฝ้า เป็นคนเหงื่อออกน้อย ทำให้ผิวพรรณไม่สวยงาม ไปจนถึงกลุ่มคนไข้ที่มีอาการภูมิแพ้ในเลือด เป็นผดผื่น ลมพิษ และเป็นรอยช้ำๆ ดวงๆ ส่วนมากเป็นในช่วงก่อนมีประจำเดือน

คนไข้ที่ต้องการรักษาสิวแบบโบราณ(จากจุดกำเนิด) ทานยาชำระพิษโลหิต(ยาขับพิษตับ,ตรีผลามหาพิกัด) และเพิ่มการขูดผิว ผลปรากฏว่า สิวหายเร็วขึ้น และไม่ค่อยกลับมาเป็นซ้ำอีก ข้อเสียคือ สิวจะเห่อมากในสัปดาห์แรกในรายที่รักษาสิวด้วยหมอแผนปัจจุบันมา....ต้องทำใจ ครับ!!

วันนี้กลับจากทำงานเตรียมช้อนข้าวต้มมาขูดผิวหน้ากันครับ จะได้ไม่มีริ้วรอยก่อนวัย Share ได้ครับ
บอกต่อกันไป! โรคกรดไหลย้อน หายได้ เพียงกินผักต้มแบบนี้..!!

1. ผักที่มีฤทธิ์เย็น

บวมหอมต้ม มีฤทธิ์เย็น แนะนำให้ทุกคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนทาน โดยเฉพาะผู้ที่มีสาเหตุจากกรดเกินในกระเพาะอาหารและควรทานให้มากในมื้อเย็น บวบหอมต้มจะช่วยลดอาการแสบท้อง ร้อนท้อง แสบหน้าอก ปวดท้องเหมือนลำไส้ถูกบิดได้

2. ผักสีเขียวที่มีกากใยสูง

เช่น ผักหวานบ้าน, คะน้า, ผักกวางตุ้ง, ผักกาดแก้ว (ผักสลัด), ตำลึง, ผักบุ้ง, บล็อคโครี่ ฯลฯ ผักเหล่านี้ควรทานให้มากในมื้อเช้าและมื้อกลางวัน โดยขณะรับประทาน เน้นบริโภคคำเล็กๆ และเคี้ยวผักเหล่านี้ให้ละเอียดมาก 2 – 3 นาทีต่อ 1 คำ ก่อนกลืนผักให้ใช้ลิ้นช่วยจัดผักให้เป็นชิ้นเล็กๆ แผ่นแบนๆ (ไม่ให้เป็นก้อน) เพื่อเป็นการกระจายกากใย เพราะกากใยในผัก ช่วยซับกรด ดูดซับน้ำตาลส่วนเกิน ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหว เปรียบเหมือนเรามีหมอนวด นวดอาหารให้เคลื่อนไหวในลำไส้ บรรเทาอาการท้องผูก ให้มีการขับถ่าย และไล่ลมออกทางทวารหนัก
      
3. ผักสีขาวที่ย่อยง่าย

ผักสีขาวเป็นผักที่ย่อยง่าย เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ดอกกะหล่ำปลี โตวเหมี่ยว ควรทานให้มากในมื้อเย็น ประโยชน์พิเศษของกะหล่ำปลี นักวิจัยหลายท่านเห็นด้วยกับการใช้กะหล่ำปลี ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร เพราะกะหล่ำปลีประกอบด้วยซัลเฟอร์ ซึ่งช่วยในขบวนการหายของแผล สมานแผล รักษาการอักเสบ ช่วยซ่อมแซมผิวหนังและช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย (ที่มา : คัดลอกจากหนังสือ “น้ำทิพย์จากธรรมชาติ ทางลัดเพื่อสุขภาพจากผักและผลไม้” โดยทันตแพทย์จักรชัย และทันตแพทย์หญิงภัทรา หน้า 43 พิมพ์ครั้งที่ 4)
      
4. ผักที่เคี้ยวแล้วเป็นเมือก

ผักเหล่านี้ เมื่อเคี้ยวจะมีน้ำเป็นเมือก เหนี่ยวๆข้นๆออกมา คล้ายกับน้ำราดหน้า กระเพาะปลา เช่น ผักปลัง ผักดอกกระเจี๊ยบ (หาซื้อได้ในร้านขายน้ำพริก) ผักเหล่านี้เหมาะสำหรับคนที่มีสาเหตุจากความเครียด มีกรดเกินในกระเพาะอาหาร โดยรับประทานผักเหล่านี้เป็นคำสุดท้ายของมื้ออาหาร เพื่อให้เมือกเหล่านี้ ไปเคลือบกระเพาะและลำไส้ ป้องกันอาการแสบท้อง ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
      
5. เม็ดแมงลัก

มีกากใยสูง เหมาะสำหรับดูดซับน้ำตาลส่วนเกิน ทานเม็ดแมงลักตอนที่หิวข้าวและเริ่มแสบท้องในมื้อเช้า บรรเทาไปก่อน และหากในช่วงดึกมีอาการหิวและแสบท้องขึ้นมาอาจจะทานเม็ดแมงลัก เป็นการป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

6. กล้วยน้ำว้า (ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรรับประทาน)

กล้วยน้ำว้า เพราะมีฤทธิ์เย็นในกระเพาะอาหารแต่จะมีฤทธิ์ร้อนที่ลำไส้ในการช่วยย่อยอาหาร ใช้เคลือบลำไส้ได้ดี เพราะจะเป็นเมือกเมื่ออยู่ในลำไส้

คำแนะนำเพิ่มเติม

หากโรคกรดไหลย้อนของท่านมีสาเหตุเกิดจากความเครียด มีกรดเกินในกระเพาะอาหารโดยมีอาการแสบท้อง ร้อนท้องร่วมด้วย เป็นต้น แนะนำให้ทานผักสีเขียวควบคู่กับกะหล่ำปลี ในสัดส่วน มื้อเช้า 80:20 กลางวัน 50:50 เย็น 30 :70 และมื้อเย็นอย่าลืมบวบหอมต้ม
      

ผักและผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยง

1. ผลไม้ที่มีรสหวาน มีน้ำตาลทุกชนิด เช่น ลำไย เงาะ แตงโม ฯลฯ ผลไม้เหล่านี้ มีน้ำตาลในปริมาณที่สูง เมื่อเรารับประทานเข้าไป น้ำตาลในผลไม้จะมีฤทธิ์เป็นกรดที่ลำไส้เล็ก

2. ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทุกชนิด มะเขือเทศ แก้วมังกร ฝรั่ง เสาวรส มะนาว เพราะมีวิตามินซีสูง เมื่ออยู่ในกระเพาะอาหารจะมีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้จุกท้อง ท้องป่อง และสำหรับคนที่เป็นหนัก จะมีอาการแสบท้องร่วมด้วย
หมอหวิ๋จงเสี่ยน เน้นให้ช่วยส่งต่อข้อความที่ได้รับนี้ อย่างน้อย จะสามารถช่วยชีวิตคนหนึ่งคนได้ คำแนะนำให้กินมันเทศ โดยเฉพาะที่มีสีเหลืองหรือสีม่วง สามารถต้านมะเร็ง และการดื่มน้ำมะนาวร้อนโดยไม่เติมน้ำตาลก็ต้านมะเร็งเช่นกัน

เรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วยนั้น บางครั้ง เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะ เกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆนั้น เราสามารถเลือกอาหารการกินเพื่อดูแลสุขภาพได้ หมอหวิ๋จงเสี่ยน ที่เป็นแพทย์แผนจีน ได้คำแนะนำให้กินมันเทศ โดยเฉพาะที่มีสีเหลืองหรือสีม่วง สามารถต้านมะเร็ง และการดื่มน้ำมะนาวร้อนโดยไม่เติมน้ำตาล ก็ต้านมะเร็งได้เช่นกัน แพทย์แผนจีนแนะ วิธีปฏิบัติตัว 19 อย่าง เพื่อหลีกเลี่ยงโรคร้าย

หมอหวิ๋จงเสี่ยน เน้นให้ช่วยส่งต่อข้อความที่ได้รับนี้ จะสามารถช่วยชีวิตคนหนึ่งคนได้ คำแนะนำให้กินมันเทศ โดยเฉพาะที่มีสีเหลืองหรือสีม่วง สามารถต้านมะเร็ง และการดื่มน้ำมะนาวร้อนโดยไม่เติมน้ำตาล ก็ต้านมะเร็งได้เช่นกัน

1. งดอาหารมื้อดึก เพราะจะเพิ่มโอกาส เป็นมะเร็งกะเพาะ

2. สัปดาห์หนึ่งไม่ควรกินไข่มากกว่า 4 ฟอง

3. เนื้อสะโพกไก่ กินมาก เป็นเหตุให้เป็นโรคมะเร็ง

4. ไม่ควรกินผลไม้หลังอาหาร ควรกินผลไม้ ก่อนมื้ออาหาร

5. ขณะมีรอบเดือน ไม่ควรดื่มชา ให้กินอาหาร ที่ช่วยบำรุงเลือดแทน

6. น้ำเต้าหู้ไม่ควรใส่ไข่ และไม่เติมน้ำตาล

7. เมื่อท้องว่าง ไม่ควรกินมะเขือเทศ ควรกินหลังอาหาร

8. ดื่มน้ำธรรมดาก่อนมื้อเช้าทุกวัน เพื่อป้องกัน โรคนิ่วในกะเพาะ

9. ก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง งดทานอาหาร

10. งดดื่มชาใส่นม เพราะไขมันในนมข้น และน้ำตาล ก่อให้เกิดโรคเบาหวาน และ โรคความดันโลหิตสูง

11. ไม่ควรกินขนมปัง หรือซาลาเปา ที่เพิ่งนึ่งร้อนๆ จากเตานึ่งหรือเตาปิ้ง

12. การชาร์จโทรมือถือ ควรห่างจากตัว ไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร และไม่ควรอยู่ใกล้ที่นอน ขณะนอนหลับ

13. ดื่มน้ำ 10 แก้วต่อวัน ป้องกันมะเร็งกะเพาะ

14. กลางวัน ดื่มน้ำให้มาก และดื่มให้น้อย ตอนกลางคืน

15. ไม่ควรดื่มกาแฟ มากกว่า 2 แก้วต่อวัน จะทำให้ นอนไม่หลับ และท้องอืด

16. ของมันหรือของทอด กินมากทำให้ เลือดคั่ง ที่กะเพาะลำไส้ เป็นเหตุให้ง่วงซึม อยากนอนบ่อย

17. หลัง17.00 น ต้องรับประทานอาหารให้น้อยลง

18. 10 สิ่งที่ควรทานกิน: ปลาทะเลน้ำลึก กล้วย เกรฟฟุต ขนมปังโฮลวิต ผักโขม กระเทียม ฟักทอง นมพร่องมันเนย เนื้อไก่ ลูกพีช

19. นอนน้อยกว่า 8 ช.ม.ต่อวัน ทำให้สมองเสื่อม การงีบตอนพักเที่ยง ทำให้แก่ช้า

– น้ำมะนาวร้อน ดีต่อสุขภาพ และชีวิตยืนยาว น้ำมะนาวร้อน ทำลายล้างเซลล์มะเร็ง ฝานมะนาวบางสัก 2-3 ชิ้นในถ้วย แล้วเติมน้ำร้อน ทำเป็นน้ำด่าง ดื่มเป็นประจำทุกวัน ดีต่อสุขภาพ

– รสขมในน้ำมะนาวร้อน เป็นสารต้านมะเร็ง ส่วนน้ำมะนาวเย็นนั้น มีเพียงวิตามินซี ไม่สามารถป้องกันมะเร็งได้

– น้ำ มะนาวร้อน ช่วยระงับการเติบโตของก้อนเนื้องอก การทดลองพิสูจน์ว่า น้ำมะนาวร้อนมีผลในการป้องกันมะเร็ง การบำบัดวิธีนี้ ทำลายเซลล์ก้อนเนื้อร้ายโดยไม่มีผลต่อเซลล์ในร่างกาย

– กรดมะนาว และสารโพลีฟีนอล ในน้ำมะนาวช่วยปรับระดับความดันโลหิต เส้นเลือดอุดตัน ปรับการไหลเวียนของกระแสเลือดดีขึ้น ลดการแข็งตัวของเลือด 
แจกสูตรอาหารเช้า กินทุกวันน้ำหนักคุณจะลดลงถึง 5 กิโลกรัม แถมยังช่วยล้างสารพิษตกค้างได้ด้วย

อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน วันนี้เราจะแนะนำอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพและอร่อยที่สุดที่คุณอาจไม่เคยลองมาก่อน มันจะช่วยเร่งการเผาผลาญอาหารและทำให้ผมและผิวของคุณมีสุขภาพดี ช่วยเสริมสร้างระบบภายในร่างกายของคุณทั้งหมด อีกทั้งยังมีวิตามินสูง สำคัญที่สุดคือมันจะช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายและทำให้น้ำหนักของคุณลดลงได้อีกเช่นกัน

ส่วนผสมของสูตรอาหารเช้านี้เชื่อมโยงถึงลำไส้ ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก เผาผลาญไขมันส่วนเกิน และมีแคลอรี่ต่ำ มันจะทำให้น้ำหนักของคุณลดลงถึง 11 ปอนด์ได้ในเวลาเพียงไม่นาน ด้วยการบริโภคอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ หากคุณต้องการกำจัดหน้าท้องที่ป่อง ต้องการให้ผิวพรรณสดใส เส้นผมและเล็บแข็งแรง คุณต้องทดลองอาหารเช้าสูตรนี้

ส่วนผสม :

ลูกพลัม (ลูกไหน หรือ ลูกพรุน) 5-7 ชิ้น

ผงโกโก้ 1 ช้อนชา

เมล็ดแฟลกซ์ 1 ช้อนชา

ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ

คีเฟอร์ kefir หรือ โยเกิร์ตไขมันต่ำ 250 มิลลิลิตร

วิธีทำ

ต้มน้ำ 100 มล.ให้เดือดเทน้ำลงในชามที่มีลูกพลัมให้ท่วม ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นให้นำชามอีกใบมาใส่ข้าวโอ๊ต โกโก้และเมล็ดแฟล๊กซ์ และเทคีเฟอร์ตามลงไป ผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ต่อมาให้ตักลูกพลัมที่แช่ไว้ในน้ำร้อนออกมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำใส่เพิ่มลงไปในถ้วยแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน หรือจะนำลงไปปั่นผสมอีกครั้งก็ได้ เมื่อเรียบร้อยแล้วให้นำส่วนผสมแช่ไว้ในตู้เย็น

เช้าวันรุ่นขึ้น ให้คุณนำส่วนผสมที่แช่ไว้ในตู้เย็นมารับประทานเป็นมื้อเช้าที่แสนอร่อยและดีต่อสุขภาพ ในวันแรกของการทานมื้อเช้าสูตรนี้กระเพาะอาหารของคุณจะเกิดปฎิกิริยาตอบสนองทันที คุณไม่ต้องกังวลเพราะมื้อต่อไปกะเพาะอาหารของคุณจะเริ่มคุ้นชินตามธรรมชาติ ขอให้เพลิดเพลินกับมื้อเช้าที่แสนอร่อย!